คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รางวัลเลิศรัฐ
Q : หน่วยงานที่ไม่เคยสมัครรางวัลเลิศรัฐ และหากมีความสนใจจะสมัครรางวัลเลิศรัฐ หน่วยงานต้องทำอย่างไร
- A :
1) ให้หน่วยงานศึกษา ทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณารางวัลของสำนักงาน ก.พ.ร. ในแต่ละสาขาและประเภทรางวัล เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสมัครขอเข้ารับรางวัล โดยศึกษาผ่านช่องทาง เว็บไซต์สำนักงาน ก.พ.ร. การพัฒนาระบบราชการ > รางวัลเลิศรัฐ > ข่าวสารรางวัลเลิศรัฐ Link : https://www.opdc.go.th/category/development/psea/news-awards/ ทั้งนี้หลักเกณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละปี
2) คัดเลือกผลงานที่มีผลสำเร็จของงาน ได้แก่ ผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ชัดเจนเป็นที่ประจักษ์ และในวงกว้างทั้งระดับองค์กร/กรม/จังหวัด/ประเทศ เพื่อสมัครเข้ารับรางวัล โดยผลงานที่คัดเลือกควรเกิดจากบทบาท ของหน่วยงานที่เข้าไปขับเคลื่อนจนเกิดผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ที่โดดเด่น ทั้งนี้ อาจแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาก็ได้
3) พิจารณาผลงานที่หน่วยงานคัดเลือกว่าควรสมัครในสาขารางวัลใด และประเภทใด
4) กรอกใบสมัคร โดยตอบข้อคำถามให้ครบถ้วน ชัดเจน กระชับ และนับจำนวนคำในแต่ละข้อคำถามต้อง ไม่เกินตามที่กำหนด ส่งมายังกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ผ่านช่องทาง E-mail :This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Q : วิธีการกรอกใบสมัครอย่างไร ให้ผ่านเกณฑ์พิจารณารางวัล
- A :
1) ต้องตอบให้ตรง ครบถ้วน ชัดเจนและกระชับ โดยนำเสนอผลงานอย่างเป็นระบบ ระบุปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เกิดขึ้นในพื้นที่ใด ปัญหานั้นมีผลกระทบกับใคร ในระดับใด หากไม่มีการแก้ไขปัญหา จะเกิดผลอย่างไร มีข้อมูลสนับสนุน และมุ่งเน้นบทบาทของหน่วยงานว่าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร และภายหลังดำเนินการมีผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ อย่างไร และควรเชื่อมโยงกับภารกิจของกรม แผนยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาการสหกรณ์
2) พิจารณาข้อคำถามใดมีคะแนนสูง ให้น้ำหนักในการตอบข้อคำถามข้อนั้น และเรียงไป ตามลำดับมาก -น้อย
3) นับจำนวนคำในแต่ละข้อคำถามต้องไม่เกินตามที่กำหนด
4) ถ้ามีเอกสาร/หลักฐาน/ภาพประกอบ ให้นำมาแนบไว้ เพื่อเป็นการสนับสนุนหรือยืนยันผลการดำเนินงาน/ผลลัพธ์
PMQA ระบบราชการ 4.0
Q : การประเมิน PMQA 4.0 (KPI) คืออะไร
- A :
PMQA 4.0 (KPI) คือ การประเมินสถานะคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0 เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นดิจิทัล เปิดกว้าง และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง แบ่งการประเมิน 7 หมวด ประกอบด้วย หมวด 1 การนำองค์การ หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ ซึ่งมีระดับการพัฒนา 3 ระดับ คือ
1) ระดับพื้นฐาน (Basic) มีผลประเมินเทียบเท่า 300 – 399 คะแนน เป็นการดำเนินงานที่เป็นระบบในเชิงตั้งรับ (Reactive) คือ ปฏิบัติงานตามหน้าที่ และระเบียบปฏิบัติ
2) ระดับก้าวหน้า (Advance) มีผลประเมินเทียบเท่า 400 – 469 คะแนน เป็นการดำเนินงานในเชิงรุก (Proactive) คือ คิดและวิเคราะห์ ก่อนที่จะปฏิบัติงาน และมีการคาดเดาเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นล่วงหน้า
3) ระดับพัฒนาจนเกิดผล (Significance) มีผลประเมินเทียบเท่า 470 – 500 คะแนน เป็นการดำเนินการที่มีประสิทธิผลและมีนวัตกรรม (Effective & Innovative) คือ คิดเป็น คิดเก่ง คิดเชื่อมโยงและบูรณาการให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิผลและเกิดนวัตกรรม ทั้งนี้ เป็นภาคบังคับที่กำหนดไว้ทุกส่วนราชการต้องประเมินตนเองตามเกณฑ์ PMQA 4.0 ในแต่ละปี
Q : การสมัครรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) คืออะไร
- A :
รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA) คือ หนึ่งในสาขาของ “รางวัลเลิศรัฐ” ซึ่งเป็นรางวัลที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกย่องเชิดชูองค์กรภาครัฐที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรในทุกมิติให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัล ได้แก่
1) รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ระดับดีเด่น
2) รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด
3) รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0
ซึ่งทั้ง 3 ประเภท จะมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์การพิจารณาการให้รางวัลที่แตกต่างกัน แต่ภายใต้เกณฑ์ประเมิน 7 หมวด เช่นกัน ได้แก่ หมวด 1 การนำองค์การ หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร หมวด 6 การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ และหมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ
ทั้งนี้ เป็นภาคสมัครใจ ส่วนราชการจะสมัครหรือไม่สมัครก็ได้ โดยเปิดรับสมัครปีละ 1 ครั้ง
ความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ (ส่วนกลาง)
Q : ผู้ตอบแบบสอบถามต้องประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการของหน่วยงานส่วนกลางกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวนกี่หน่วยงาน?
- A : ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถประเมินความพึงพอใจหน่วยงานส่วนกลางได้ จำนวน 1 หน่วยงาน หรือมากกว่านั้น ตามภารกิจของท่านที่มีการประสานงานหรือการปฏิบัติงานร่วมกัน หรือท่านต้องการประเมินความพึงพอใจหน่วยงานส่วนกลางในบางหน่วยงานที่ท่านต้องการให้เกิดการพัฒนางานบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
Q : หน่วยงานส่วนภูมิภาคได้รับจัดสรรจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจำนวน บุคลากรทั้งหมด กรณีมีผู้ตอบแบบสอบถามเกินกว่าจำนวนเป้าหมายที่กำหนด จะสามารถตอบแบบประเมินความพึงพอใจได้หรือไม่ และระบบจะบันทึกข้อมูลแบบประเมินดังกล่าวหรือไม่?
- A : บุคลากรของหน่วยงานส่วนภูมิภาคสามารถตอบแบบประเมินความพึงพอใจหน่วยงานส่วนกลางเกินกว่าจำนวนเป้าหมายที่กำหนดได้ โดยระบบการประเมินความพึงพอใจฯ จะบันทึกข้อมูลการประเมินของผู้ตอบแบบประเมินฯ ทุกท่านตามปกติ
ความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ (ส่วนกภูมิภาค)
Q : บุคคลใดที่มีสิทธิ์ในการตอบแบบประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจต่อการให้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการให้บริการของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-2
- A :
ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจฯ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มรับบริการ ได้แก่ ประธาน/กรรมการสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร หรือสมาชิกที่ได้รับมอบหมายและได้รับบริการจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-2
2. กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ประธาน/กรรมการกลุ่มอาชีพ และหน่วยงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและมีการประสานงาน สนับสนุนหรือปฏิบัติงานร่วมกับจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-2 โดยสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ และหน่วยงานราชการ จะต้องคัดเลือกผู้แทนจำนวน 1 คน เพื่อเป็นผู้แทนในการตอบแบบประเมินฯ ซึ่งผู้แทนควรเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การที่ประสานงานและทำงานร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดนั้นๆ (สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1-2) เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนคุณภาพการให้บริการได้อย่างเหมาะสม
Q : ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจต่อการให้บริการของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1–2 สามารถเข้าใช้งานระบบประเมินฯ ได้อย่างไร ?
- A :
ผู้ตอบแบบประเมินสามารถเข้าใช้งานระบบประเมินความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจผ่านช่องทาง ดังนี้
1. สแกน QR Code ที่ปรากฏท้ายหนังสือกรมส่งเสริมสหกรณ์ เรื่อง การสำรวจความพึงพอใจและความไม่พึงพอใจของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มอาชีพต่อการให้บริการของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1–2 ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดส่งให้หน่วยงาน
2.เข้าใช้งานผ่านลิงก์ (URL) ของระบบประเมินโดยตรงที่ https://myapp3.cpd.go.th/survey/ กลุ่มพัฒนาระบบบริหารได้จัดทำ รหัสเข้าใช้งาน (Code) สำหรับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และได้แจ้งรหัสดังกล่าวไว้ท้ายหนังสือกรมส่งเสริมสหกรณ์เรียบร้อยแล้ว ผู้ตอบแบบประเมินสามารถเข้าใช้งานระบบและตอบแบบประเมินผ่านคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
พรบ.อำนวยความสะดวก
พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต
และให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2558
Q : การรายงานผลการออกใบอนุญาต การตรวจสอบ และการรับรองมาตรฐานต่างๆ ของหน่วยงาน ที่ให้บริการประชาชน (คู่มือประชาชน) มีหัวข้อการรายงานและความหมายอย่างไรบ้าง
A : คำขอที่อนุมัติ หมายถึง จำนวนคำ ขอที่ (1) พิจารณาแล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามคู่มือสำหรับประชาชน และมีมติอนุมัติในเดือนนั้น และ (2) พิจารณาแล้วเสร็จ แต่ล่าช้าเกินกำหนดระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือสำ หรับประชาชน และมีมติอนุมัติในเดือนนั้น
คำขอที่ไม่อนุมัติ หมายถึง จำนวนคำ ขอที่ (1) พิจารณาแล้วเสร็จ ภายในกำหนดระยะเวลาตามคู่มือสำหรับประชาชน และมีมติไม่อนุมัติในเดือนนั้น และ (2) พิจารณาแล้วเสร็จ แต่ล่าช้าเกินกำหนดระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือสำหรับประชาชน และมีมติไม่อนุมัติในเดือนนั้น
เรื่องล่าช้าคงค้างในระบบ หมายถึง จำนวนคำขอที่ยังดำ เนินการไม่แล้วเสร็จภายในกำ หนดระยะเวลาตามคู่มือสำหรับประชาชนพร้อมการแจ้งผู้ยื่นคำ ขอและรายงานผ่านระบบ www.info.go.th
เรื่องร้องเรียน หมายถึง จำนวนเรื่องร้องเรียนที่ได้รับในเดือนนั้น โดยเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการหรือการยื่นขอรับบริการ
การดำเนินคดี หมายถึง จำนวนคดีที่หน่วยให้บริการ (สำนักงานสหกรณ์จังหวัด, สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 และ 2) ถูกฟ้องร้องในเดือนนั้น โดยเป็นคดีเกี่ยวข้องกับการดำเนินการให้บริการหรือการยื่นขอรับบริการ
การเรียกสำเนาเอกสาร หมายถึง หน่วยงานมีการเรียกสำ เนาเอกสารประกอบคำ ขอรับบริการจากผู้รับบริการ
ปัญหาและอุปสรรค หมายถึง เงื่อนไข ข้อจำกัด ปัญหาและอุปสรรค ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ หรือทำให้เกิดความล่าช้า ขาดประสิทธิภาพในการให้บริการของหน่วยงาน เช่น กฎ ระเบียบ ขั้นตอน วิธีปฏิบัติ เป็นต้น
Q : หากลืมรหัส Token 15 หลัก หรือมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อเข้าระบบศูนย์รวมข้อมูล
เพื่อติดต่อราชการ (www.Info.go.th) ต้องทำอย่างไร
1. กรณีลืมรหัส Token 15 หลัก เพื่อเข้าใช้งานระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (www.Info.go.th) กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ อาคาร 1 ชั้น 6 โทรศัพท์ : 0 2628 5140, 0 2281 7002 E-mail :
2. กรณีเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการรายงาน ในระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (www.Info.go.th) ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. หรือ Line OpenChat “พ.ร.บ.อิเล็กฯ 2565”
Q : กรณีมี เรื่องล่าช้าคงค้างในระบบ ไม่แล้วตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
พรบ. อำนวยความสะดวก ตามมาตรา 10 ผู้อนุญาตต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนตามมาตรา 7 และแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนตามมาตรา 7 แล้วหากผู้อนุญาตยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จให้แจ้งเป็นหนังสือ อีเมล์ หรือช่องทางอื่นที่ติดต่อได้สะดวก มีหลักฐานชัดเจน ให้ผู้ยื่นคำขอทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้าทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ พร้อมทั้งส่งสำเนาการแจ้งดังกล่าวให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการสร้างทุกครั้ง (รายงานผ่านทาง www.info.go.th ทุก 7 วันจนกว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ)
Q : พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน
พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ เมื่อไหร่
พรบ.อำนวยความสะดวก พ.ศ. 2569 ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีผลบังคับใช้ทันที คือ หมวด 1 บททั่วไป และมาตร 38 วรรค 2
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกาหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2570 เป็นต้นไป เว้นแต่ หมวด 1 บททั่วไป ซึ่งเป็นการวางหลักพื้นฐานในการให้บริการประชาชน และมาตรา 38 วรรคสอง ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนในงานบริการภายใน 180 วัน ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
Q : พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 มีสาระสำคัญ โดยสรุปอย่างไร ?
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569 ประกอบด้วย 6 หมวดคือ
หมวด 1 : บททั่วไป วางหลักพื้นฐาน การปฏิบัติภารกิจภาครัฐ เช่น บูรณาการการทำงาน การให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยเร็ว
หมวด 2 : การยื่นคำขออนุญาต และการอนุญาต กำหนดมาตรการเพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ประชาชนใน การขออนุมัติ อนุญาต เช่น การจัดทาคู่มือสำหรับ ประชาชน กำหนดระยะเวลา ตรวจคำขอ การชำระ ค่าธรรมเนียมแทนการยื่นคำขอต่ออายุ Super License ขยายอายุใบอนุญาต ใบอนุญาตชำรุดเสียหายไม่ ต้องแจ้งความ
หมวด 3 : การให้บริการ นำบทบัญญัติที่เป็น การอำนวยความสะดวก ในกระบวนงานพิจารณา อนุญาตมาใช้บังคับ แก่งานบริการประชาชน
หมวด 4 : การทบทวนและ ปรับปรุงการอนุญาต และการให้บริการ ระบบอนุญาตทุก 5 ปี พร้อมกับการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายใน ประเด็น (1) ความจำเป็น ของการใช้ระบบอนุญาต หรือ (2) การให้คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจอนุญาต
หมวด 5 : ศูนย์รับคำขอกลาง จัดให้มี“ศูนย์รับคาขอ กลาง”เพื่อรับคำขอและ เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ ประชาชนยื่นมาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก จะดำเนินการโดยเอกชนก็ ได้
หมวด 6 : บทเบ็ดเตล็ด เช่น การเผยแพร่คู่มือ สำหรับประชาชน การจัดช่องทาง Fast track การจัดทำแบบฟอร์ม ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น
คำนิยาม การอนุญาต การให้บริการ และหน่วยงานรัฐ ตามมาตรา 5
การอนุญาต คือ การที่เจ้าหน้าที่ยินยอมให้บุคคลใดกระทำการใดที่มีกฎหมายกาหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อนกระทำการนั้น รวมถึง การออกใบอนุญาต การอนุมัติ การจดทะเบียน การขึ้นทะเบียน การรับแจ้งหรือจดแจ้ง การให้ประทานบัตร และการให้อาชญาบัตรด้วย
การให้บริการ คือ การดำเนินการตามคำขอหรือความประสงค์ของประชาชนรวมถึง การอำนวยความสะดวก การให้ความอนุเคราะห์ สงเคราะห์ การจัดหรือให้สวัสดิการ และการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนใด ๆ แก่ประชาชนด้วย
หน่วยงานรัฐ หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกหน่วย
ประเมินผลการควบคุมภายใน ของกรมส่งเสริมสหกรณ์
Q : หน่วยงาน ต้องจัดทำรายงานประเมินผลการควบคุมภายในบ่อยแค่ไหน
A : หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ข้อ 8 กำหนดให้หน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในระดับหน่วยงาน และข้อ 9 กำหนดให้คณะกรรมการของหน่วยงานของรัฐเสนอรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในระดับหน่วยงานของรัฐต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาลงนาม และจัดส่งให้ผู้กำกับดูแลและกระทรวงเจ้าสังกัด ภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
Q : แบบ ปค.5 และ แบบติดตาม ปค.5 ต่างกันอย่างไร
A : ความแตกต่างระหว่าง แบบ ปค.5 และแบบติดตาม ปค.5 ดังนี้
แผนบริหารความเสี่ยง ของกรมส่งเสริมสหกรณ์
Q : "การควบคุมภายใน" กับ "การบริหารความเสี่ยง" ต่างกันอย่างไร
A : ควบคุมภายใน คือ การวางระบบเพื่อดักจับข้อผิดพลาดในภารกิจหรืองานประจำ การบริหารความเสี่ยง คือ การมองไปข้างหน้าถึง "เหตุการณ์ในอนาคต" ที่อาจทำให้องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย และหาทางป้องกันหรือลดผลกระทบไว้ก่อน
Q : เหตุใด จึงต้องจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
A : แผนบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรควบคุม ป้องกัน และลดความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร/ภารกิจ/งาน โดยมีเหตุผลสำคัญในการจัดทำแผน ได้แก่
1. ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย: ป้องกันและลดอุปสรรคที่อาจขัดขวางการทำงาน ทั้งในแง่กลยุทธ์ การดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย
2. ลดความสูญเสียและควบคุมค่าใช้จ่าย: เตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยง ลดโอกาสเกิดความเสียหาย และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า
3. เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ: ผู้บริหารมีข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดทิศทางขององค์กรได้อย่างแม่นยำ
4. สร้างความเชื่อมั่น: แสดงถึงความโปร่งใสและศักยภาพในการจัดการความไม่แน่นอน ทำให้ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไป เกิดความมั่นใจ
5. ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล: ในหน่วยงานภาครัฐ การจัดทำแผนถือเป็นข้อบังคับทางกฎหมายตาม พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี
❓ ไม่พบคำถามที่ต้องการ ยังมีความสงสัย หรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม
ข้อมูลเพิ่มเติม
|
หมวดหมู่ |
ลิงก์ดำเนินการ |
|
รางวัลเลิศรัฐ |
|
|
PMQA ระบบราชการ 4.0 |
|
|
ความพึงพอใจ (ส่วนกลาง) |
https://develop.office.cpd.go.th/maindata/satisfaction-center.html |
|
ความพึงพอใจ (ส่วนภูมิภาค) |
https://develop.office.cpd.go.th/maindata/satisfaction-region.html |
|
พรบ.อำนวยความสะดวก |
https://develop.office.cpd.go.th/development-cpd/stature01.html |
|
คู่มือประชาชน |
https://develop.office.cpd.go.th/development-cpd/manual-02.html |
|
พรบ. อิเล็กทรอนิกส์ |
https://develop.office.cpd.go.th/development-cpd/history-of-cooperatives-in-thailand.html |
|
ควบคุมภายใน |
https://develop.office.cpd.go.th/development-cpd/internal-control.html |
|
แผนบริหารความเสี่ยง |